ถ้าจะให้นึกถึงมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้าน "ความคิดสร้างสรรค์" ก็ต้องยกให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นหนึ่งในนั้น ดูจากอะไร ? ง่าย ๆ เลยครับ เริ่มจากภายนอกอาคารของตึกในมหาวิทยาลัยที่โดดเด่น ยังไม่รวมกับการปรับ เปลี่ยน พัฒนา และต่อยอดหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตบัณฑิตให้พร้อมสำหรับการทำงานในโลกปัจจุบัน
อย่างเช่นการเรียนรูปแบบใหม่ C + T (Creativity+Technology) ที่ ม.กรุงเทพ ตั้งใจคิดเพื่อตอบโจทย์การผลิตบัณฑิตในยุคดิจิตอล โดยวันนี้พี่โดมจะขอเล่าในรูปแบบการตูนให้น้อง ๆ เข้าใจง่ายไปพร้อม ๆ กัน
พี่โดมร่วมสัมภาษณ์สุดพิเศษกับ
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
พี่โดม Admission Premium : Digital Disruption ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปรับการเรียนการสอนอย่างไร ?
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต : มีคนพูดกันหลากหลายทิศทางมาก มันจะเริ่มมี AI, หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ ส่งผลให้มนุษย์ตกงาน ความต้องการที่จะใช้แรงงานคนก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งมันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เทคโนโลยีเรามีความก้าวหน้ามาก แม้กระทั่งมือถือของเราเองในปัจจุบันสามารถทำอะไรแทนเราได้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้ Facebook เองก็ได้ทำสกุลเงินของมาเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าการทำธุรกรรมการเงินมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะส่งผลต่อธนาคารต่าง ๆ จนทำให้ธนาคารต้องปรับตัวครั้งใหญ่หรือไม่
“การก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิตอล”
ส่งผลให้เครื่องมือ หรือ กลไกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
พี่โดม Admission Premium : มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวกับ Digital Disruption อย่างไร ?
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต : มหาวิทยาลัยคงต้องปรับตัวค่อนข้างมาก ทุกการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เครื่องมือ แต่ส่งผลที่กระบวนการคิดในการทำงานเปลี่ยนแปลงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าพื้นฐานเรายังเป็นเหมือนเดิม ก็ไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานในโลกปัจจุบันได้ เช่น
นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สื่อการเรียนการสอนในรูปแบบเก่า เริ่มมีค่าพลังในการเป็นสื่อการเรียนการสอนได้น้อยลงจากเดิม การปรับสื่อการเรียนการสอนแบบ Interactive ไม่ว่าจะเป็น VR ที่่นักศึกษาทุกคนต้องใช้ แต่ก่อนจะใช้นักศึกษาจะต้องเข้าใจระบบของการทำงานในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถปรับตัวกับการเรียนในรูปแบบใหม่ ๆ ได้
“เน้นการสร้างระบบคิดใหม่ เสริมทักษะ เตรียมความพร้อมให้ทำงานได้ในทุกยุค”
พี่โดม Admission Premium
พี่โดม Admission Premium : รูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ Creativity+Technology คืออะไร นักเรียนทุกคณะต้องเรียนแบบนี้หรือไม่ ?
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต : ต้องบอกก่อนว่ากว่าเราจะมี Technology มันต้องเริ่มจาก Creativity หรือความคิดสร้างสรรค์ แต่หลายครั้งที่เราเห็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพราะฉะนั้นถ้าเราสร้างเด็กบนพื้นฐาน Creativity+Technology เขาจะสามารถคิดเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
พี่โดม Admission Premium : นำมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างไร ?
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เราเริ่มต้นจากการร่วมมือกับคณาจารย์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือบุคคลภายนอกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมกันระดมความคิดในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรได้ 10 ประเด็นใหญ่ในยุคปัจจุบัน
Step 1 : ในนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เรานำ 10 หัวข้อนี้แทรกในการเรียนการสอนของนักศึกษาทุกคณะต้องเรียนรู้ เป็นการเซทระบบคิด ปรับความเข้าใจ สร้างให้เห็นถึงทักษะที่จำเป็นต่อการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ ต้องเริ่มจากการมีกระบวนการคิดอย่างไร นำไปประยุกต์ใช้อย่างไร
Step 2 : หลังจากมีพื้นฐาน ทุกคณะจะนำเอาหัวข้อเด่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อหลักสูตรของเขาโดยตรงมาใช้ในการเรียนการสอนแบบเจาะลึก เช่น คณะเศรษฐศาสตร์ หัวข้อที่มีผลกับเขามากที่สุดคือ blockchain บวกกับอาจารย์ทางภาค ต้องการให้นักศึกษาทราบถึงด้านธุรกรรมการเงินมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกอนาคตและเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เขามีความจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องของ User Experience หรือ User Interface แบบนี้ก็จะถูกนำมาใช้ได้จริงเพิ่มเติมเข้าไปอีก
หรือแม้กระทั่งเรียนเชฟที่ ม.กรุงเทพ ก็จะต้องรู้เกี่ยวกับการทำ DATA analytics เก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าได้ว่าลูกค้าของเขามีพฤติกรรมอย่างไร นักศึกษาเราจะไม่ใช่เก็บข้อมูลที่ร้านค้าอย่างเดียว แต่สามารถเก็บพฤติกรรมของผู้บริโภคได้บนโลกออนไลน์อีกด้วย
พี่โดม Admission Premium : ศักยภาพของเด็กที่ได้จากการเรียน C+T ดีกว่ามหาวิทยาลัยอื่นอย่างไร
ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เราออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะกับตัวนักศึกษาเอง โดยเราใส่ใจเรื่องเนื้อหาทางด้านการเรียน การร่วมงานกันของนักศึกษาทั้งในคณะเดียวกัน หรือต้องทำงานร่วมกับเพื่อนต่างคณะ รวมไปถึงการเน้นด้าน Project base learning
Project base learning ของเราเน้นคือเราเอาผลลัพธ์ของการเรียนรู้ที่นำออกไปใช้ได้จริงเป็นตัวตั้ง ซึ่งหัวข้อ Project นักศึกษาจะเป็นคนเลือกหัวข้อได้เอง อาจารย์มีหน้าที่เป็น Coaching โดยทุก Project จะเน้นความคิดสร้างสรรค์ ผ่านทักษะการทำงาน จนเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น นักศึกษาสาขาออกแบบ ต้องการทำนิตยสาร แต่นำเทคโนโลยีมาใช้ ทั้ง UX UI หรือ VR เข้ามาช่วยในการทำนิตยสารรูปแบบใหม่
“นักศึกษา BU นอกจากเรียนในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญ
บนพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่ ยังนำไปใช้ประกอบธุรกิจได้จริงในยุคปัจจุบัน”